สายพันธุ์ใหม่ โควิด XBB.1.16 อาการ เป็นอย่างไร

โควิด xbb 1.16 อาการ

Loading

โควิด XBB.1.16 อาการ เป็นอย่างไรวันนี้เราจะมาอัพเดทข้อมูลอาการ และ หาวิธีป้องกัน 

โควิดสายพันธุ์ XBB.1.16

เป็นสายพันธุ์ย่อยของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามของไวรัส เพิ่มขึ้น 3 ตำแหน่งคือ E180V, K478R และ S486P ทำให้สามารถเกาะติดเซลล์ของมนุษย์ได้ดีกว่าสายพันธุ์เดิม

อาการของโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 ส่วนใหญ่คล้ายกับโควิดสายพันธุ์โอมิครอน แต่อาจมีอาการที่รุนแรงกว่าเล็กน้อย เช่น

  • มีไข้สูง มากกว่า 38.5 องศาเซลเซียส
  • ไอมากและบ่อย
  • เจ็บคอแบบแปลก ๆ รู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในคอ
  • มีน้ำมูก หรือเสมหะ
  • จมูกไม่ได้กลิ่น และลิ้นไม่รับรส
  • เคืองตา ตาแดง ขี้ตามาก ขี้ตาเหนียว ลืมตาไม่ขึ้น
  • ปวดศีรษะ ปวดตามร่างกาย
  • ท้องเสีย
  • เยื่อบุตาอักเสบ

โควิด XBB.1.16 อาการ เป็นอย่างไรและติดง่ายกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่?

โควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามของไวรัส เพิ่มขึ้น 3 ตำแหน่งคือ E180V, K478R และ S486P ทำให้สามารถเกาะติดเซลล์ของมนุษย์ได้ดีกว่าสายพันธุ์เดิม อีกทั้งพบว่า XBB.1.16 สามารถแพร่ระบาดได้ง่ายกว่าสายพันธุ์โอมิครอนเดิม 1.5 – 2 เท่า หมายความว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 มีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ง่ายขึ้นกว่าผู้ที่ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเดิม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 มีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่ ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคงเฝ้าระวังสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด และยังไม่จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern)

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 และสายพันธุ์อื่นๆ สิ่งสำคัญคือ ทุกคนควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบตามกำหนด

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 มีอาการรุนแรงกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่ ขณะนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ยังคงเฝ้าระวังสายพันธุ์นี้อย่างใกล้ชิด และยังไม่จัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern)

ดังนั้น เพื่อเป็นการป้องกันการติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 และสายพันธุ์อื่นๆ สิ่งสำคัญคือ ทุกคนควรปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบตามกำหนด

กลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด XBB.1.16 อาการ รุนแรง ได้แก่

  • กลุ่มผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
  • ผู้มีโรคประจำตัวในกลุ่ม 7 โรค ได้แก่ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และหญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป

นอกจากนี้ ผู้ที่มีอาการภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ติดเชื้อ HIV/AIDS ผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับการรักษาด้วยเคมีบำบัด หรือผู้ที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ก็จัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่นกัน

กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 และมีอาการรุนแรง เนื่องจากมีปัจจัยที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงและไม่สามารถต่อสู้กับเชื้อโรคได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้เกิดอาการป่วยรุนแรงขึ้น เช่น ปอดอักเสบ หายใจลำบาก จนถึงขั้นเสียชีวิตได้

ดังนั้น ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ล้างมือบ่อยๆ และฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครบตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และอาการรุนแรง

โควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 เป็นสายพันธุ์ย่อยของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนที่พบการระบาดเพิ่มขึ้นทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย สายพันธุ์นี้มีการกลายพันธุ์บริเวณหนามของไวรัส เพิ่มขึ้น 3 ตำแหน่งคือ E180V, K478R และ S486P ทำให้สามารถเกาะติดเซลล์ของมนุษย์ได้ดีกว่าสายพันธุ์เดิม

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีข้อมูลยืนยันชัดเจนว่าโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 ก่อให้เกิดความรุนแรงมากกว่าสายพันธุ์เดิมหรือไม่

หากมีอาการที่เข้าข่ายโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16 ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาที่เหมาะสม

คำแนะนำในการป้องกันโควิดสายพันธุ์ XBB.1.16

  • สวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกวิธี
  • เว้นระยะห่างทางสังคม
  • ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือแอลกอฮอล์เจล
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครบตามกำหนด

ข้อมูลจาก

อ่านต่อบทความอื่นๆได้ที่

 

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

X